เรื่องราวของ OK baytong (2003) โอเค เบตง
ดูหนังออนไลน์ OK baytong (2003) โอเค เบตง
เรื่องย่อ
ธรรม (ภูวฤทธิ์) อยู่บวชอยู่ที่วัดป่า และศึกษาพระธรรมมาตั้งแต่อายุ 5 ขวบ หลังจากพ่อแม่เสียชีวิต วันหนึ่ง จันทร์ พี่สาวเพียงคนเดียวของธรรม เสียชีวิตอย่างกะทันหันเนื่องจากเหตุการณ์ระเบิดที่สถานีรถไฟ ธรรมต้องลาสิกขาบทออกมาเพื่อดูแล มารีอา (ด.ญ.สรัญญ่า) ลูกกำพร้าของพี่สาวที่เกิดจาก กาเซ็ม สามีชาวมุสลิม เขาต้องพบกับความยากลำบากในการปรับตัว จากเดิมที่ใช้ชีวิตทางธรรมอย่างเรียบง่ายเพื่อศึกษาพระพุทธศาสนา กลับต้องมาใช้ชีวิตทางโลก อยู่ท่ามกลางความแปลกใหม่ มีสิ่งยั่วยวนมากมาย โดยได้รับความช่วยเหลือจาก หลิน (จีรนันท์) หญิงสาวที่อาศัยอยู่ตรงข้ามร้านเสริมสวยของจันทร์ และ เฟิร์น (สรวงสุดา) นักร้องสาวคาเฟ่ เพื่อนสนิทของจันทร์ธรรมต้องพบความสับสนครั้งใหญ่ในชีวิต เมื่อพบว่าตัวเองมีความรู้สึกดีๆ กับ หลิน แต่แท้ที่จริงเธอเป็นคนรักของ ฟารุก (อรรถพร) ดูหนังออนไลน์
ผู้กำกับ
- นนทรีย์ นิมิบุตร
บริษัทค่ายหนัง
- สหมงคลฟิล์ม
นักแสดง
- ภูวฤทธิ์ พุ่มพวง
- จีรนันท์ มะโนแจ่ม
- ด.ญ.สรัญญ่า เครื่องสาย
- อรรถพร ธีมากร
- สรวงสุดา ศรีธัญรัตน์
โปสเตอร์หนัง

รีวิว OK baytong (2003) โอเค เบตง
⭐ คะแนน: 6/10 ดาว
สวัสดีครับทุกท่าน ! ล่าสุด Netflix ได้นำภาพยนตร์จากคุณ นนทรีย์ นิมิบุตร เรื่อง “โอเค เบตง (2003)” ขึ้นมาผมมีโอกาสได้รับชมโดยบังเอิญ ต้องขอบอกว่า “ประทับใจ” จึงอยากแชร์รีวิว เผื่อว่าท่านใดสนใจรับชมนะครับ [ ความรู้สึกหลังชม ]จุดแรกที่ชอบ ขอยกให้ “พล็อตไอเดีย” และแก่นภาพยนตร์ที่น่าสนใจพล็อตเริ่มต้นที่การตั้งคำถามว่า”หากคนที่เจนจัดในรสพระธรรม มีเหตุจำเป็นต้องมาใช้ชีวิตอย่างฆราวาส เขาจะรับมือกับปัญหาทางโลกอย่างไร”เรื่องราวเบื้องต้นถูกผูกเข้ากับสถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ (น่าจะเป็นเหตุการณ์ระเบิดสถานีรถไฟหาดใหญ่ปี 2544) ทำให้พระ “ธรรม” ตัวละครเอกต้องสึกออกมาดูแลหลานสาว “มารีญา” ที่สูญเสียแม่ไปณ อำเภอเบตง อำเภอแห่งนี้เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม ยิ่งทำให้ “ธรรม” ผู้ไม่เจนจัดทางโลก ต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงชนิดที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนอย่างหนักหน่วง ทั้งในด้านการใช้ชีวิต ความรัก มิตรภาพ ความโกรธเคือง อบายมุข และสิ่งยั่วยวน ซึ่งพาให้ธรรมหวั่นไหวนำไปสู่คำถามต่อไปที่สำคัญยิ่งกว่า”หรือแท้จริงแล้ว สิ่งที่รับมือยากที่สุด ก็คือ
ความเปลี่ยนแปลงและความไม่เที่ยงในชีวิต”ท้ายที่สุดไม่ว่าบทสรุปในชีวิตของธรรมเป็นอย่างไร ประสบการณ์ทุกอย่างล้วนสอนธรรมให้เห็นถึง “ความจริงแท้ของชีวิต” อันเป็นบทเรียนล้ำค่ายิ่งกว่าการเรียนจากตำราธรรมใด ๆต้องชมบทหนังที่เขียนได้เยี่ยม ทั้งการสร้างพล็อตไอเดีย ผสมกับประเด็นต่าง ๆ อย่างกลมกล่อม แม้จะมีบรรยากาศสบาย ๆ ปนตลก แต่ขณะดูจบ ก็รู้สึกว่าเราได้บางอย่างกลับไป ทั้งความประทับใจและคุณค่าที่หนังมอบให้ชอบซีนอย่างตอนพระคุยกับตัวเอง รู้สึกว่าสร้างสรรค์ดีในหนังมีพูดเรื่องเกี่ยวกับ “การใช้ชีวิต” หลายอย่าง เช่น การยกข้อความจากหนังสือ “สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน” ของ คุณวินทร์ เลียววาริณ (หนังสือรางวัลซีไรต์) และการหัดขี่จักรยานของธรรม หนังเปรียบเปรยเรื่องการหัดใช้ชีวิตได้คมทีเดียว บรรยากาศเมืองเบตงเมื่อ 20 ปีที่แล้ว สวยงาม คลาสสิค ขณะที่สถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ ใครจะไปรู้ว่า หลังจากที่หนังถูกสร้างในปี 2546 มาถึงตอนนี้ สถานการณ์ก็ยังไม่สงบ และไม่รู้จะยืดเยื้อไปถึงเมื่อไรชอบเพลงที่ใส่เข้ามาในเรื่องเหมือนกัน อย่างเพลงของ พี่เบิร์ด ธงไชย
เช่น “มาทำไม” หรือเพลงของคุณเบนซ์ พรชิตา เช่น “โดเรมี” เรียกว่าเป็นเพลงประจำยุคจริง ๆ ชอบนักแสดงทุกคน โดยเฉพาะ 3 นักแสดงหลัก อย่าง คุณว่าน ภูวฤทธิ์ พุ่มพวง (ธรรม), คุณยุ้ย จีรนันท์ มะโนแจ่ม (หลิน), และ สรัญญ่า เครื่องสาย (มารีญา) อาจมีแสดงติดขัดบ้าง แต่ดูเป็นธรรมชาติดี ดนตรีประกอบของ คุณชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์ ยังเพราะเหมือนเดิม มีธีมติดหูสรุป – เป็นหนังไทยรสชาติกลมกล่อม น่าประทับใจ จนอยากบอกต่อให้กับทุกคนถ้านึกถึงหนังไทยที่ให้ข้อคิดในโทนเดียวกัน ก็นึกถึง “มหา’ลัย เหมืองแร่ (2005)” เชื่อว่าทุกคนจะประทับใจได้ไม่ยากใครสนใจดูได้บน Netflix !”อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา… การเปลี่ยนแปลงและความไม่เที่ยง คือ เพื่อนแท้ของมนุษย์”

