Driver (2017) คนขับรถ
เรื่องย่อ
Driver คนขับรถเล่าเรื่องราวของ เกด (ศิตา ชุติภาวรกานต์) ผู้หญิงสวยและแสนดีคนหนึ่งที่ เต้ (ภูริ หิรัญพฤกษ์) สามีของเธอหายตัวไปแบบติดต่อไม่ได้หลังจากทริปดูงานที่เกาหลี เกดร้อนใจจึงปรึกษาตั้ม(ปฏิพล นาคะประเสริฐกุล) เพื่อนที่เป็นตำรวจให้ช่วยสืบดูแต่ตั้มคิดว่าเต้คงไปเถลไถลที่ไหนต่อตามประสาผู้ชายจึงให้เกดรอดูอีกสองสามวัน เกดรอไม่ไหวจึงขอให้ แมค (ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย) คนขับรถของเต้พาเธอไปสืบดูที่ออฟฟิสจนเจอบิลค่าไฟบ้านหลังที่เธอไม่เคยรู้จัก เกดขอให้แมคขับรถพาเธอไปตามหาบ้านหลังนั้นหวังว่าจะเจอสามีสุดที่รัก แต่สิ่งที่เธอค้นพบกลับเป็นเบาะแสสู่ความลับที่เจ็บปวดที่ทำให้เธอไม่สามารถไว้ใจใครได้อีกตลอดไป
ผู้กำกับ
- Thitipan Raksasat
บริษัท ค่ายหนัง
- –
นักแสดง
- Prama Imanotai
- Puri Hiranyapluek
- Sita Chutiphaworakan
- Ampha Phoosit
- Patomkrit Sudsara
โปสเตอร์หนัง

รีวิว
Driver ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แค่พอใช้ได้ อาจเป็นเพราะว่าหนังเรื่องนี้สั้นเกินไป ทำให้ยังมีบางส่วนที่ขาดหายไปซึ่งยังไม่ได้รับคำตอบจนกระทั่งหนังจบ เคมีระหว่างพระเอก 2 คนไม่ค่อยลงตัว อาจเป็นเพราะว่าทั้งคู่มีปฏิสัมพันธ์กันน้อยลง..
หนังระทึกขวัญภาษาไทยเรื่องนี้มีความยาวเพียง 80 นาทีเท่านั้น โดยไม่เคยหยุดที่จะสร้างความระทึกใจให้กับผู้ชมเลย ตัวละครหลักทั้งหมดได้รับการแนะนำตัวในช่วงไม่กี่นาทีแรก และเนื้อเรื่องก็ถูกวางแผนไว้อย่างรวดเร็วเช่นกัน นางเอกซึ่งรับบทโดย สิตา ชุติภาวรกาญจน์ ออกตามหาสามีที่หายตัวไปพร้อมกับคนขับรถของเขา เธอมีความสงสัยเกี่ยวกับสามีเจ้าชู้ และวางแผนแก้แค้นตามนั้น…หนังเรื่องนี้มีช่วงที่เร้าอารมณ์อยู่บ้าง โดยส่วนใหญ่เป็นแนวรักร่วมเพศ แต่ก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องเดียว ในฐานะนักเรียนภาษาไทย ฉันสนุกกับการดูหนังเรื่องนี้ จึงได้คะแนน 8 คะแนน
เมื่อวานได้มีโอกาสไปชมหนังรอบสื่อ เรื่อง #คนขับรถ หน้าหนังและตัวอย่างน่าสนใจมาก บอกตามตรงว่าชื่นชมผลงานของพระเอกปั้นจั่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ภูรินี่ก็ชอบมาตั้งแต่ยังไม่มีครอบครัว คือเคมีของตัวเอกชายดึงดูดได้ดีมาก ซึ่งนานๆทีจะมีหนังไทยที่กล้าทำอะไรแบบนี้
สิ่งที่เป็นจุดเด่นคือเรื่ององค์ประกอบหนังที่จัดจ้าน การเล่าเรื่องที่พุ่งตรงฉับไว Driver อาจจะยังไม่ถึงขั้นคมคายหรือมีนัยยะแฝงที่ชัดเจน แต่การก้าวกระโดดของผู้กำกับจากผลงานเรื่องก่อนมากๆ
ความเป็นชายคือจุดขายแต่กลายเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของหนังที่ทำให้เราเซอร์ไพร้ส์และเสียวไส้ไปในเวลาเดียวกัน (ถือว่าเป็นจุดดี) แต่การที่หนังได้เรต 18+ บอกตามตรงว่าเราหวังภาพติดตาจากฉากอีโรติกมากกว่านี้ เคมีของนักแสดงชายก็ดีมาก ปั้นจั่นคือนักแสดงที่โชว์ฝีมือและคุณภาพคับจอ (แอดมินพูดได้แค่นี้)
สิ่งที่ยากและท้าทายคือการที่นำนักแสดงหน้าใหม่ กับบทบาทที่ต้องตรึงคนดูให้ถึงตอนจบ และเวลาในการถ่ายทำที่จำกัด คือเรื่องที่ท้าทาย แต่เราก็ยอมรับว่าหนังเรื่องนี้เกินคาด เอาอยู่ และชวนติดตามผลงานในเรื่องต่อไปจริงๆ รอติดตาม
ต้องไปดูเองนะ ไม่สปอยล์เด้อ แซ่บ เผ็ด อยากเป็นนางเอก จะนัวให้สุด พูดได้แค่นี้
พอหนังเข้าองก์สองไม่นาน หนังก็เริ่มเผยเนื้อแท้ของประเด็นที่หนังต้องการนำเสนอและมันยังพลิกความคาดหมายของคนดูที่เพิ่งผ่านพ้นเรื่องราวในองก์แรกแบบแทบไม่ทันตั้งตัว เพราะเมื่อหนังเผยให้เห็นชีวิตอีกด้านของ เต้ Driver ที่ภรรยาและคนดูไม่นึกมาก่อนแล้ว การเฉลยปมสำคัญของเรื่องนอกจากมันนำไปสู่การเปลี่ยนแนวทางแอ็คติ้งของนักแสดงโดยคนที่เคยพูดไพเราะก็พูดหยาบคายขึ้น คนที่เคยดูเป็นผู้ดีก็ทำตัวต่ำลงแล้ว การที่หนังเลือกพลิกแนวทางและบอกเล่า “ประเด็นสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับรสนิยมทางเพศ” ยังกลายเป็นปมสำคัญที่พาหนังไปสู่สถานะสุ่มเสี่ยงต่อการเป็น “หนังไม่ตรงปก” เพราะความคาดหวังแรกของคนดูจากตัวอย่างหนังคือเรื่องราวอีโรติกที่การหายไปของสามี “อาจจะ” ทำให้ภรรยาสาวสวยเกิด “หลงทาง” ในความสัมพันธ์กับคนขับรถหนุ่มหล่อ
แต่พอหนังเลือกแนวทางการนำเสนอที่เกี่ยวเนื่องกับประเด็น LGBTQ แล้ว บางทีคำถามของตัวละครเกดที่ถามแมคว่า “เป็นคนขับรถเคยหลงทางบ้างรึเปล่า” อาจต้องย้อนกลับมาถามคนทำหนังเองอีกที เพราะในองก์แรกหนังให้ข้อมูลตัวละครไว้คลุมเครือตามสไตล์หนังสืบสวนฟิล์มนัวร์เพื่อผลในการหักมุมตอนจบ แต่การหักมุมในองก์สองแบบนี้ แม้ข้อดีจะเป็นการพลิกความคาดหวังคนดูแบบ “ไม่รักก็เกลียดเลย”
แล้วยังทำให้เห็นช่องโหว่ของบทหนังชัดเจน กล่าวคือก่อนจะมาสู่องก์สอง หนังนำเสนอภาพย้อนอดีตหรือแฟลชแบคความสัมพันธ์อันเร่าร้อนระหว่าง เต้ กับ เกด ในสัดส่วนที่แทบไม่เหลือการทิ้งข้อสงสัยต่อปัญหาความสัมพันธ์ลึกๆของทั้งคู่ คนดูเลยผ่านองก์แรกมาโดยรับรู้แค่ว่า เกด คือ เมียที่ออกตามหาผัวที่หายไป แต่แทบไม่มีอะไรสะกิดเราสักนิดว่า เต้ ต้องกล้ำกลืนฝืนทนอยู่กับเกดหรือไม่ Driver และที่เลวร้ายที่สุดคือหนังลืมบอกเราไปว่า เกดรักเต้ เพราะอะไร
ซึ่งคงไม่ใช่แค่เรื่องเซ็กส์สุดร้อนแรงแน่ๆ และเมื่อหนังไม่ให้น้ำหนักในการปูความสัมพันธ์ของตัวละครหลักเลยยากที่จะทำให้คนดูเชื่อและเห็นใจตัวละครไปโดยปริยาย และพอเรื่องราวเข้าสู่องก์ที่สามคือการชำระแค้นอันสาสม ซึ่งเราคงบอกรายละเอียดได้ไม่มากนักแต่การนำเสนอของมันค่อนข้างประดักประเดิดผิดจากเรื่องราวในสององก์แรกและบทสรุปของหนังไม่ได้ผิดจากการคาดเดานัก แต่กระนั้นก็ต้องยอมรับว่าความแปลกใหม่ในการนำเสนอของมันช่วยสร้างให้วงการหนังไทยดูมีสีสันอีกครั้งจริงๆ

