Don t Move (2024) อย่าขยับ
เรื่องย่อ
หญิงสาวที่เศร้าโศกเสียใจเข้ามาในป่าที่ห่างไกลผู้คน แต่กลับตกเป็นเหยื่อฆาตกรที่ฉีดยาระงับการเคลื่อนไหว เมื่อร่างกายกำลังจะเป็นอัมพาต การต่อสู้เพื่อความอยู่รอดจึงเริ่มขึ้น
ผู้กำกับ
- Adam Schindler
- Brian Netto
บริษัท ค่ายหนัง
- Raimi Productions
- ZQ Entertainment
- Capstone Studios
- Hammerstone Studios
นักแสดง
- Kelsey Asbille
- Finn Wittrock
- Moray Treadwell
- Daniel Francis
โปสเตอร์หนัง

รีวิว don’t move พากย์ไทย
คนวิจารณ์หนังไม่เป็น Part 2
รีวิวหนัง: Don’t Move – อย่าขยับ (2024)
ไอริส สาวที่เดินป่าอยู่ดีๆก็ถูกฆาตกรหนุ่มไล่ฆ่าเธอในป่า ซึ่งเจ้าฆาตกรมันได้ฉีดยาระงับการเคลื่อนไหวที่จะทำให้ร่างกายเธอเป็นอัมพาตใน 20 นาที เธอจึงต้องหาทางเอาตัวรอด ทั้งซ่อนตัว หนี และสู้ฆาตกรให้ได้ทั้งที่ร่างกายเธอขยับไม่ได้หรือพูดไม่ได้เลย
หนังระทึกขวัญเรื่องใหม่ของผกก. Intruders (Shut In) ที่ได้ Sam Raimi มาเป็นผู้อำนวยการสร้างหนังเรื่องนี้ ซึ่งโดยรวมถือว่าเป็นหนังที่เซอร์ไพรส์และสนุกเกินคาดมาก ส่วนหนึ่งเพราะไม่ได้คาดหวังอะไร คำวิจารณ์ก็กึ่งกลาง แต่หนังเข้าทางเราทุกอย่าง นั่งตัวเกร็งลุ้นจนแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้เลย
ผกก. กำกับพาร์ทระทึกขวัญต่างๆทำออกมาได้ดี การสร้าง tension ให้กับหนังที่คอยเลี้ยงเรื่องราวให้น่าติดตาม ความเป็นหนังไล่ล่า cat & mouse ที่ผนวกกับไอเดียการหนีตายทั้งที่ขยับร่างกายไม่ได้ก็ทำออกมาได้สนุกแล้วทำให้เราสนใจอยู่ตลอดเวลาว่านางเอกมันขยับร่างกายไม่ได้แล้วมันจะรอดได้ยังไง
สิ่งที่ชอบมากๆคือพอบทบาทของ mouse (นางเอก) หนีไม่ได้นางก็ตัดสินใจสร้างเรื่องให้ฉิบหายกว่าเดิม (ทั้งที่ตนไม่ได้ตั้งใจ) จากที่ฆาตกรที่ฆ่านางเอกคนเดียว กลายเป็นว่ามันต้องมานั่งตามล้างตามเช็ดขี้ในสิ่งที่นางเอกก่อเอาไว้ แล้วสถานการณ์ก็ยิ่งบีบคั้นให้ตัวฆาตกรมันเริ่มจะเสียสติขึ้นมาอีก
ในขณะเดียวกับ พาร์ทหนีตายของนางเอกก็ลุ้นระทึกเยี่ยวเหนียวไปข้างหนึ่ง แม้จะมีความบังเอิญถูกใส่มาเอื้อช่วยเหลือนางไปบ้างแต่ก็ต้องยอมเพราะนางเอกขยับไม่ได้ แถมการใส่มิติตัวละครทั้งฆาตกรที่ค่อยๆเผยความน่าหมั่นไส้ออกมาและปมของนางเอกที่ก็ย้อนแย้งแต่ก็เล่นกับจิตใจมนุษย์ได้น่าสงสารดี
เราชอบการเป็นหนังด้านกลับของประเด็นเรื่องการโศกเศร้าจากการสูญเสียที่นางเอกและฆาตกรเคยเผชิญหน้ากับโศษนาฎกรรมเหมือนกัน แต่ทั้งคู่กลับมีวิธีรับมือที่แตกต่างกัน ซึ่งกลายเป็นว่าไอวิธีการรับมือของฆาตกรกลับไปช่วย arc ของนางเอกให้เริ่มค้นพบตัวเองใหม่อีกครั้งในวิธีที่แปลกประหลาดอย่างสุดๆ
Kelsey Asbille ในเรื่องสวยมีเสน่ห์มากๆ แล้วความฮาคือนี่น่าจะเป็นบท final girl ที่เล่นสบายที่สุดล่ะเพราะนอนแน่นิ่งเกือบทั้งเรื่อง พูดไม่กี่ประโยค 555 แต่ไอการแสดงแบบง่ายๆของเธอก็แบกหนังสุดๆด้วยนะ พอขยับไม่ได้ก็แสดงผ่านสีหน้าดวงตาที่ทำให้เราเชื่อและสัมผัสความเจ็บปวดของตัวละครนี้ได้
คะแนน: 4/5 ดาว
หนังรับชมได้ผ่าน Netflix
ภาพยนตร์ในฝัน
รีวิว Don’t Move อย่าขยับ | 6/10
— มาอีกเรื่องแล้วสำหรับหนังแนวเอาตัวรอดจากผู้ร้ายภายใต้ข้อจำกัด! ซึ่งข้อจำกัดในเรื่องนี้คือนางเอกมีเวลาเพียง 20 นาทีในการหนีจากผู้ร้ายก่อนที่จะไม่สามารถขยับร่างกายได้
.
ไอเดียของหนังถือว่าน่าสนใจ ทำให้เราอยากรู้ว่าหนังจะพาไปทางไหน เมื่อตัวเอกไม่สามารถขยับร่างกายได้ แล้วจะเล่าเรื่องต่อไปอย่างไร? ชอบตรงที่หนังใช้ตัวละครอื่นเข้ามาช่วยขับเคลื่อนเหตุการณ์ แต่เมื่อเล่นยาก ก็หาทางลงยาก เห็นถึงความพยายามที่อยากให้หนังมันลุ้นระทึก แต่กลับแก้แต่ละปมที่ผูกไว้อย่างแปลกประหลาด ข้อจำกัดก็มีมากเกินไป ยิ่งทำให้เห็นถึงความไม่เมคเซ้นส์ในหลายๆจุด โดยเฉพาะตอนจบที่ชวนให้รู้สึกว่า ‘อ้าว! ซะงั้น?’
.
อย่างไรก็ตาม หนังยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจและชวนให้คิดตาม คือในเมื่อนางเอกโศกเศร้ากับการสูญเสียและอยากฆ่าตัวตายตั้งแต่ต้นเรื่อง ทำไมถึงกลัวการถูกฆ่าโดยฆาตกร? ทำไมถึงเสียดายชีวิต? สุดท้ายนางเอกต้องการฆ่าตัวตายจริงๆ ไหม? หรือเป็นแค่ช่วงเวลาที่เปราะบางที่เธอหาทางออกไม่ได้? หรือคนที่อยากฆ่าตัวตายต้องตายด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะกล้าตาย? ซึ่งไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิด แต่ก็น่าคิด น่าถก ตัวหนังเองก็ไม่ได้เล่นประเด็นนี้ตรงๆ แต่ทิ้งแง่คิดเล็กๆน้อยๆไว้ให้ผู้ชมได้คิดต่อหลังดูจบ ช่วยเตือนให้เห็นถึงคุณค่าของการมีชีวิต การรักตัวเอง และการไตร่ตรองให้รอบคอบมากขึ้นก่อนจะตัดสินใจทำร้ายตัวเองโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่โศกเศร้าที่สุดในชีวิต
รับชมได้ทาง #Netflix
รีวิว Don’t move Netflix original
หนังแนว survival ของ netflix ที่น่าดูอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อผู้หญิงคนนึงกำลังจะฆ่าตัวตาย เพราะสูญเสียลูกชายคนเดียว แต่ขณะที่กำลังจะโดดลงเขา ก็เจอกับนักเดินป่าที่ทำให้เธอยับยั้งความคิดนั้นไว้ แต่ใครจะรู้ว่าคนที่ดูเหมือนจะช่วยชีวิตเธอ กลับกลายเป็นคนที่จะตามฆ่าเธอซะงั้น
เป็นหนังแนว survival ที่พลอตเรื่องไม่ต่างจากเดิมมากพอเดาทางได้ แต่ในความเดาทางได้นั้นก็มีลูกเล่นให้ลุ้นได้ตลอดทั้งเรื่อง ไม่มีช่วงไหนดรอป ตัวนางเอกก็ฉลาดมีสกิลการเอาตัวรอด ไม่น่ารำคาญ บทยังให้แง่คิดเกี่ยวกับเรื่องคุณค่าของการมีชีวิต เมื่อผ่านช่วงเวลาวิกฤตมาได้ เราจะเห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่
ส่วนที่ชอบที่สุดอีกอย่างหนึ่งของหนัง netflix ก็คือการเอานักแสดงที่ไม่มีชื่อเสียงแต่แสดงดีมาเล่น ตัวแสดงหลักทั้ง 2 ตัวคือนางเอกและคนร้ายแบกทั้งเรื่องไว้ได้หมด โดยเฉพาะนางเอกที่ครึ่งเรื่องพูดไม่ได้ขยับไม่ได้ตามชื่อหนัง
ตอนจบก็ทำได้ดี ตัวร้ายไม่ตายง่ายเกินไป มีความสะใจให้กับคนดู เป็นอีกเรื่องที่คอหนังแนวนี้ไม่ควรพลาด ให้ 9/10 หักพลอตเรื่องที่ถึงจะลุ้นแต่ไม่ได้มีหักมุมอะไร
ภาพยนตร์ที่คล้ายกัน
Trunk Locked In (2023) ขังตายท้ายรถ
Time Cut (2024) เจาะเวลาฆ่าอดีต


